วิธีใช้งานของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน

บริษัท สยาม อินดัสเทรียล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (swfhoist_crane)  ผู้แทนจำหน่ายรอกสลิงไฟฟ้า รอกโซ่สลิงไฟฟ้า-เครนขาสูง เครนเหนือศีรษะแบบคานเดี่ยว เครนเหนือศีรษะแบบคานเดี่ยว เครนติดผนังยื่นแขนยก  อะไหล่รอก อะไหล่เครน ให้คำปรึกษารอกเครนครบวงจร



         เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน มีความเหมาะสมใช้สำหรับงานยกวัตถุงานหรือสินค้าเฉพาะพื้นที่ รอบวงรัศมีความยาวของวงแขนที่ยื่นหมุนของชุดเครน แต่ข้อจำกัด คือ องศาการหมุนของแขน ขึ้นอยู่กับกำแพงของหน้างานทางลูกค้า



เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน



คุณสมบัติของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน

-    โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานของตะขอสูง 

-    พื้นที่ใช้งานครอบคลุมตามระยะความยาวแขนหมุน

-    ช่วงการแกว่งที่ดีเยี่ยมมีระยะเอียง 360 องศา รอกสลิงไฟฟ้า  

-    การยึดแน่นด้วยความปลอดภัย



        เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน  เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน ไว้สำหรับงานยก ย้าย ลำเลียง วัตถุ หรือชิ้นงาน แต่ที่สำคัญต้องมีพื้นที่เฉพาะงาน เพราะหากยิ่งมีความยาวของแขนมาเท่าไร รอบวงในการหมุน ก็มากขึ้นไปด้วย เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยยกแบบแขวน ซึ่งเป็นชนิดที่ประหยัด โดยส่วนมากเครนจะเป็นแบบคานเดี่ยว และจะยกของที่มีน้ำหนักไม่มาก เจ้าตัวนี้ก็เป็นที่นิยมมากเช่นเดียวกัน 

ข้อดีของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน

       เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน สามารถใช้งานได้ทุกที่ตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็กจนถึงโรงงานขนาดใหญ่หรือโรงงานทุกประเภท คุณสมบัติของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน สามารถติดตั้งใช้งานและใช้งานได้ง่ายเมื่อเทียบกับเครนติดตั้งบนผนังและเครนติดผนังช่วยให้เครนเครนยืนอิสระสามารถเข้าถึงความสามารถที่สูงขึ้นช่วงที่ยาวขึ้นและช่วงการหมุนที่มากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างที่ดีเครนชนิดนี้จึงสามารถปรับแต่งเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของคุณได้ข้อจำกัด ในการติดตั้งเพียงอย่างเดียวคือแรงดันของจรวดยกพื้นฟรียืนขึ้นต้องสูงถึง 2500 ปอนด์ต่อตารางฟุต



ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล

ขนส่งลำเลียงวัสดุ  

https://materialhandling.brandexdirectory.com

หมวดหมู่จากเว็บไซต์  https://brandexdirectory.com/  เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมมากที่สุด


 

ม้อไอน้ำแบบท่อไฟ (Fire-tube boiler)

หม้อไอน้ำแบบท่อไฟ (Fire-tube boiler)

 

ไทย ฮิราคาวา บจก. ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำ หม้อไอน้ำอุตสาหกรรม

 

           หม้อไอน้ำแบบท่อไฟหรือ Fire-tube boiler คือหม้อไอน้ำหรือบอยเลอร์ชนิดหนึ่งที่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยหลักการทำงานของหม้อไอน้ำแบบท่อไฟจะใช้แก๊สร้อนเคลื่อนที่ไปตามท่อที่มีตั้งแต่1ท่อหรือหลายท่อ ความร้อนจากแก๊สจะแผ่ออกผ่านทางท่อแล้วไปทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนระเหยกลายเป็นไอน้ำ

 

        หม้อไอน้ำแบบท่อไฟนั้นแบ่งได้อีกหลายประเภท เช่น หม้อไอน้ำท่อไฟแบบความดันต่ำ-สูง หม้อไอน้ำท่อไฟแบบใช้ flue gas และหม้อไอน้ำท่อไฟแบบท่อเล็กหลายท่อ ซึ่งเป็นหม้อไอน้ำที่มีข้อดีตรงที่มการใช้ท่อจำนวนหลายท่อ ทำให้มีพื้นผิวในการแผ่ความร้อนสู่น้ำมากกว่า ส่งผลให้น้ำร้อนเร็วขึ้นกว่าหม้อไอน้ำแบบอื่นๆ

 

หม้อไอน้ำแบบท่อไฟ รุ่น เอ็มพี 800 ซีรี่ส์

 

 

MP-Boiler ซีรีส์ ได้รับการยอมรับและเป็นที่ไว้วางใจอย่างกว้างขวางในเรื่องประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและความน่าเชื่อถือว่าเป็นหม้อไอน้ำที่มีคุณภาพสูง

 

  ภาชนะรับความดัน         บริษัท ไทย ฮิราคาวา จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย MP BOILER เครื่องกำเนิดไอน้ำหม้อไอน้ำประเภทต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับหม้อไอน้ำอุตสาหกรรม เช่น เครื่องทำน้ำร้อน เคมีสำหรับหม้อน้ำ ภาชนะรับความดัน ถังจัดเก็บไอน้ำ และอุปกรณ์ประหยัดพลังงานหม้อน้ำ นอกจากนี้เรายังให้บริการงานบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบริการติดตั้งหม้อน้ำที่ไซด์งานโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ งานติดตั้งท่อ บริการ Test run ก่อนการเดินเครื่อง บริการฝึกอบรม บริการตรวจสอบหม้อไอน้ำ และบริการทางวิศวกรรม โดยที่ท่านสามารถชมรายละเอียดสินค้าและบริการต่างๆได้ที่ thaihirakawa.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
พลังงานความร้อน ความเย็น
https://heatandcold.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด

ไดอะแฟรมปั๊ม NTT (Diaphragm Pump NTT) สินค้าคุณภาพมาตรฐานจาก USA สูบจ่ายของเหลวได้ทุกประเภท

ไดอะแฟรมปั๊ม NTT (Diaphragm Pump NTT) สินค้าคุณภาพมาตรฐานจาก USA สูบจ่ายของเหลวได้ทุกประเภท

 

บริษัท นิธิ ธัญ คอมเมอร์เชียล จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในงานด้านปั๊มเคมีและของไหล

 

 

          ปั๊มไดอะแฟรม NTT เป็นที่ได้รับการออกแบบ มาตรฐานจาก USA เราได้มีการควบคุมคุณภาพในการผลิต ทำให้เป็นปั๊มที่มีคุณภาพ ไดอะแฟรมปั๊ม NTT สามารถใช้สูบของเหลวได้ทุกประเภท เช่น สารเคมี น้ำมัน ของเหลวหนืดข้น ของเหลวที่มีตะกอน สูบโคลน เลน รวมถึง สูบของเหลวประเภทอาหาร เช่น น้ำเชื่อม นม ไข่ โยเกิรต์ หรือ ของเหลวสำหรับทำเครื่องสำอางค์ รวมไปถึงยารักษาโรคได้ ปั๊มไดอะแฟรม NTT สามารถใช้ได้ในทุกพื้นที่ที่มีลมเข้าถึง เนื่องจากขนาดไม่ใหญ่มาก และสามารถติดตั้งได้ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะแนวตั้งบนพื้นราบ หรือพื้นที่สูง เพื่อใช้ในการดูดขึ้น (Suction lift) 

 

          ปั๊มไดอะแฟรม NTT มีวัสดุประกอบปั๊มให้เลือกหลากหลายวัสดุ ได้แก่ PP Aluminum PVDF หรือ Stainless steel ทั้ง 304 และ 316 แผ่นไดแฟรมมีให้เลือกได้เช่นกัน ได้แก่ Hytrel Santoprene และ Teflon ปั๊มไดอะแฟรม NTT มีขนาดให้เลือกได้ตั้งแต่ขนาด 1/4” จนถึงขนาด 3” ให้เลือกตามอัตราการไหล ปั๊มไดอะแฟรม NTT ยังมีอะไหล่ให้บริการและยังมีศูนย์ซ่อม ด้วยราคามิตรภาพ

 

 

ไดอะแฟรมปั๊ม NTT

 

 

      ปั๊มเคมี     ปั๊มไดอะแฟรม NTT ยังมีทีมงานให้บริการแนะนำ ติดตั้ง แก้ไข สำหรับปั๊มไดอะแฟรมยี่ห้ออื่นที่ท่านมีด้วย สนใจติดต่อทีมงานฝ่ายขายของเราได้  02-410-2512-4, 02-410-2551, 02-410-2559, 099-195-3244, 064-553-6499, 061-364-1749

E-mail: y.nititan@gmail.com, nttinter2019@gmail.com

 

สินค้าอุตสาหกรรมและวัสดุอุปกรณ์
https://industrialproduct.thailandpocketpages.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.thailandpocketpages.com เว็บไซต์ที่รวบรวมหมวดหมู่ไว้เป็นปัจจุบันมากที่สุด

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ “น้ำมันไฮดรอลิก”

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

         ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบส่งกำลังที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั้งระบบออโตเมชั่นอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท อาทิ เครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีของระบบไฮดรอลิกได้ดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีของของไหลที่ใช้กับระบบไฮดรอลิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Fluid) นับว่าเป็นกลุ่มสารหล่อลื่น (Lubricants) ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อคนในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง รองจากน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Engine Oil) สัดส่วนปริมาณการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิกเท่ากับ 13-14% เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานสารหล่อลื่นทุกชนิด และถ้าพิจารณาเฉพาะในกลุ่มน้ำมันไฮดรอลิก จะพบว่าน้ำมันไฮดรอลิกประเภทน้ำมันแร่มีปริมาณการใช้สูงที่สุด

 

 

          ระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่อยู่กับที่ (Static Hydraulic System)

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Hydraulic System)

 

 

         ซึ่งแต่ละระบบจะมีความต้องการน้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในระยะหลัง ระบบไฮดรอลิกได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ทำงานได้ที่อุณหภูมิและความดันสูงขึ้น และใช้ปริมาณน้ำมันไฮดรอลิกลดลง ซึ่งแนวโน้มในการพัฒนาความสามารถของระบบไฮดรอลิกเช่นนี้ ทำให้น้ำมันที่ใช้กับระบบไฮดรอลิกต้องสามารถรองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา ลดปริมาณการสึกหรอของเครื่องจักรและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนาน

 

 

          การเลือกน้ำมันไฮดรอลิก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก หัวข้อที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกได้แก่ อุณหภูมิและแรงดันที่ใช้งานจริง การออกแบบระบบไฮดรอลิก คำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ชนิดของปั๊ม อายุการใช้งานที่ต้องการ และสภาวะสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกน้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดต่ำที่สุด ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ไม่ทำให้เกิดการสึกหรอของปั๊มไฮดรอลิก และเนื่องจากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ดังนั้นระบบไฮดรอลิกที่ดีจึงควรควบคุมให้มีอุณหภูมิการใช้งานอยู่ในช่วงแคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ณ อุณหภูมิที่ใช้งานจริง น้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีความหนืดอยู่ในช่วง 16-36 น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม mm2s-1 นอกจากนี้ยังมีค่าความหนืดที่แนะนำสำหรับการใช้งานขณะเริ่มสตาร์ท และขณะที่ใช้งานจริง แบ่งตามชนิดของปั๊มที่ใช้ (ตารางที่ 1)

 

 

ตารางที่ 1: ค่าความหนืดสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ในขณะระบบไฮดรอลิกเริ่มทำงาน และค่าความหนืดต่ำสุดที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 90°C ของน้ำมันไฮดรอลิก แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิกที่ใช้งาน (ค่าความหนืดที่แสดงในตารางเป็นค่าความหนืดขณะทำงานจริง)

 

 

 

 

จากค่าความหนืดขณะใช้งานจริงที่เหมาะสมดังแสดงเมื่อเทียบเป็นเบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในสภาวะต่าง ๆ สามารถเทียบได้ดังนี้ 

 

 

ตารางที่ 2: เบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิและแรงดันต่าง ๆ แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิก

 

 

 

 

        สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกควรอยู่ในช่วง 40-50°C แต่ถ้าหากเป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันสูง (400 bar ขึ้นไป) อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกนั้นสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกประมาณ 10-20°C และอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิกไม่ควรสูงกว่า 90°C ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจุดที่อันตรายที่สุดคือ จุดที่น้ำมันออกจากปั๊ม เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมันจะสัมผัสกับแรงดัน และ speed ของปั๊ม ทำให้น้ำมันไฮดรอลิกที่จุดนี้จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ถ้าหากพบว่าระบบไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่อุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิก ณ จุดที่ออกจากปั๊มมีค่าสูงเกิน 90°C ก็ควรจะทำการ flushing ปั๊มและมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

 

            การใช้งานน้ำมันไฮดรอลิกส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ความหนืด 10, 22 (สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ), 32, 46 และ 68 และมักจะมีค่าดัชนีความหนืดประมาณ 100 สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่มีค่าดัชนีความหนืดสูง จะใช้สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่อุณหภูมิสูง ทำงานที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมต่ำและระบบไฮดรอลิกเคลื่อนที่ เป็นต้น การเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มค่าดัชนีความหนืด จะต้องมั่นใจว่าสารเพิ่มคุณภาพดังกล่าวจะต้องมี Shear Stability ที่ดี สามารถคงความหนืดได้ตลอดอายุการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิก สำหรับระบบไฮดรอลิกเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว แนะนำให้ใช้น้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดสูงขึ้น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิกและเพื่อป้องกันการสึกหรอ

 

 

ไฮดรอลิก ไบโอซิน

 

 

 

 



          ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมชนิดสังเคราะห์ เบอร์ความหนืด 32/46/68 มีจุดเด่นในเรื่องของการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติประเภท HEES (Environmentally Acceptable Hydraulic Fluids: ISO 15380) ทำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม EPA Vessel General Permit (VGP) มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอของเครื่องจักรได้ดี และมีความสามารถในการคงค่าความหนืดที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในสภาวะที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก และต้องการน้ำมันที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีความสามารถย่อยสลายตัวได้มากกว่า 60% อ้างอิงจากผลการทดสอบ OECD 301B. ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก เอช วี ไอ

 

 



 

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เบอร์ความหนืด 15/32/46/68/100 ผสมผสานสารเพิ่มค่าดัชนีความหนืดชนิดพิเศษ ทำให้คงความหนืดได้ดี สามารถทำงานได้ทั้งในสภาวะอุณหภูมิต่ำ-สูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเครื่องจักรได้ดีแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกของเครื่องจักรกลหนักหรือแรงดันสูง เช่น เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก

 

 



 

 

 

        น้ำมันไฮดรอลิกคุณภาพสูงชนิดต้านทานการสึกหรอ เบอร์ความหนืด 32/37/46/68/100 มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยป้องกันการเกิดคราบจัดติดภายในระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนักที่มีภาระงานรุนแรง ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับไฮดรอลิก รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นจาระบี น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ และผลิตภัณฑ์สำหรับก่อสร้างได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด  

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ “น้ำมันไฮดรอลิก”

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

         ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบส่งกำลังที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั้งระบบออโตเมชั่นอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท อาทิ เครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีของระบบไฮดรอลิกได้ดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีของของไหลที่ใช้กับระบบไฮดรอลิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Fluid) นับว่าเป็นกลุ่มสารหล่อลื่น (Lubricants) ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อคนในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง รองจากน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Engine Oil) สัดส่วนปริมาณการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิกเท่ากับ 13-14% เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานสารหล่อลื่นทุกชนิด และถ้าพิจารณาเฉพาะในกลุ่มน้ำมันไฮดรอลิก จะพบว่าน้ำมันไฮดรอลิกประเภทน้ำมันแร่มีปริมาณการใช้สูงที่สุด

 

 

          ระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่อยู่กับที่ (Static Hydraulic System)

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Hydraulic System)

 

 

         ซึ่งแต่ละระบบจะมีความต้องการน้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในระยะหลัง ระบบไฮดรอลิกได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ทำงานได้ที่อุณหภูมิและความดันสูงขึ้น และใช้ปริมาณน้ำมันไฮดรอลิกลดลง ซึ่งแนวโน้มในการพัฒนาความสามารถของระบบไฮดรอลิกเช่นนี้ ทำให้น้ำมันที่ใช้กับระบบไฮดรอลิกต้องสามารถรองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา ลดปริมาณการสึกหรอของเครื่องจักรและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนาน

 

 

          การเลือกน้ำมันไฮดรอลิก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก หัวข้อที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกได้แก่ อุณหภูมิและแรงดันที่ใช้งานจริง การออกแบบระบบไฮดรอลิก คำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ชนิดของปั๊ม อายุการใช้งานที่ต้องการ และสภาวะสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกน้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดต่ำที่สุด ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ไม่ทำให้เกิดการสึกหรอของปั๊มไฮดรอลิก และเนื่องจากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ดังนั้นระบบไฮดรอลิกที่ดีจึงควรควบคุมให้มีอุณหภูมิการใช้งานอยู่ในช่วงแคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ณ อุณหภูมิที่ใช้งานจริง น้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีความหนืดอยู่ในช่วง จาระบีอุตสาหกรรม 16-36 mm2s-1 นอกจากนี้ยังมีค่าความหนืดที่แนะนำสำหรับการใช้งานขณะเริ่มสตาร์ท และขณะที่ใช้งานจริง แบ่งตามชนิดของปั๊มที่ใช้ (ตารางที่ 1)

 

 

ตารางที่ 1: ค่าความหนืดสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ในขณะระบบไฮดรอลิกเริ่มทำงาน และค่าความหนืดต่ำสุดที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 90°C ของน้ำมันไฮดรอลิก แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิกที่ใช้งาน (ค่าความหนืดที่แสดงในตารางเป็นค่าความหนืดขณะทำงานจริง)

 

 

 

 

จากค่าความหนืดขณะใช้งานจริงที่เหมาะสมดังแสดงเมื่อเทียบเป็นเบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในสภาวะต่าง ๆ สามารถเทียบได้ดังนี้ 

 

 

ตารางที่ 2: เบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิและแรงดันต่าง ๆ แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิก

 

 

 

 

        สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกควรอยู่ในช่วง 40-50°C แต่ถ้าหากเป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันสูง (400 bar ขึ้นไป) อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกนั้นสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกประมาณ 10-20°C และอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิกไม่ควรสูงกว่า 90°C ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจุดที่อันตรายที่สุดคือ จุดที่น้ำมันออกจากปั๊ม เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมันจะสัมผัสกับแรงดัน และ speed ของปั๊ม ทำให้น้ำมันไฮดรอลิกที่จุดนี้จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ถ้าหากพบว่าระบบไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่อุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิก ณ จุดที่ออกจากปั๊มมีค่าสูงเกิน 90°C ก็ควรจะทำการ flushing ปั๊มและมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

 

            การใช้งานน้ำมันไฮดรอลิกส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ความหนืด 10, 22 (สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ), 32, 46 และ 68 และมักจะมีค่าดัชนีความหนืดประมาณ 100 สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่มีค่าดัชนีความหนืดสูง จะใช้สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่อุณหภูมิสูง ทำงานที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมต่ำและระบบไฮดรอลิกเคลื่อนที่ เป็นต้น การเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มค่าดัชนีความหนืด จะต้องมั่นใจว่าสารเพิ่มคุณภาพดังกล่าวจะต้องมี Shear Stability ที่ดี สามารถคงความหนืดได้ตลอดอายุการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิก สำหรับระบบไฮดรอลิกเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว แนะนำให้ใช้น้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดสูงขึ้น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิกและเพื่อป้องกันการสึกหรอ

 

 

ไฮดรอลิก ไบโอซิน

 

 

 

 



          ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมชนิดสังเคราะห์ เบอร์ความหนืด 32/46/68 มีจุดเด่นในเรื่องของการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติประเภท HEES (Environmentally Acceptable Hydraulic Fluids: ISO 15380) ทำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม EPA Vessel General Permit (VGP) มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอของเครื่องจักรได้ดี และมีความสามารถในการคงค่าความหนืดที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในสภาวะที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก และต้องการน้ำมันที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีความสามารถย่อยสลายตัวได้มากกว่า 60% อ้างอิงจากผลการทดสอบ OECD 301B. ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก เอช วี ไอ

 

 



 

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เบอร์ความหนืด 15/32/46/68/100 ผสมผสานสารเพิ่มค่าดัชนีความหนืดชนิดพิเศษ ทำให้คงความหนืดได้ดี สามารถทำงานได้ทั้งในสภาวะอุณหภูมิต่ำ-สูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเครื่องจักรได้ดีแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกของเครื่องจักรกลหนักหรือแรงดันสูง เช่น เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก

 

 



 

 

 

        น้ำมันไฮดรอลิกคุณภาพสูงชนิดต้านทานการสึกหรอ เบอร์ความหนืด 32/37/46/68/100 มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยป้องกันการเกิดคราบจัดติดภายในระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนักที่มีภาระงานรุนแรง ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับไฮดรอลิก รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นจาระบี น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ และผลิตภัณฑ์สำหรับก่อสร้างได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด  

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15